วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2557



                                                                   บันทึกอนุทิน

                                                              วันที่ 17 ตุลาคม 2557

                                                         ครั้งที่ 9 เวลาเรียน 13.10-16.40 น.

ความรู้ที่ได้รับ

           หลักการเขียนแผนการเรียนรู้

การเรียนการสอนทุกอย่างเด็กจะต้องมือลงกระทำด้วยตนเอง และเด็กจะต้องลองผิดลองถูก

เกมส์การศึกษา

1. จับคู่ภาพ

2. จิ๊กซอ ต่อภาพ

3. เรียงลำดับ

4. ออสโต (ศึกษารายละเอียดของภาพ)

กิจกรรมเสริมประสบการณ์

1. เล่นนิทาน

2. อธิบาย

3. การแสดงพฤติกรรม

ประสบการณ์สำคัญ

1. วิทยาศาสตร์ คือ การสังเกต

2. คณิตศาสตร์ คือ การคำนวณ การคิด

3. ด้านสติปัญญา คือ ภาษา

4. สังคม คือ การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

5. ร่างกาย คือ การเคลื่อนไหวร่างกาย

การนำเข้าสู่บทเรียน

1. การร้องเพลง

2. นิทาน

3. คำคล้องจอง

การประเมินผล

1. การสังเกต

การประเมินผล

การประเมินตนเอง     มีความในการเรียน ตั้งใจฟังอาจารย์อธิบายวิธีการเขียนแผน และจดบันทึก

การประเมินเพื่อน   มีความสนใจฟังอาจารย์อธิบาย และตั้งใจจดบันทึกสิ่งที่อาจารย์สอน

ประเมินอาจารย์     มีความในการสอน เข้าสอนตรงเวลา เนื่อหาที่สอนง่ายและทำให้มีความเข้าใจได้มากขึ้น



                                                              บันทึกอนุทิน

                                                       วันที่ 10 ตุลาคม 2557

                                                  ครั้งที่ 8  เวลาเรียน 13.10-16.40 น.







                                                                    บันทึกอนุทิน

                                                              วันที่ 3 ตุลาคม 2557

                                                  ครั้งที่ 7 เวลาเรียน 13.10-16.40น.

ความรู้ที่ได้รับ

วันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาประดิษฐ์สื่อวิทยาศาสตร์

     อุปกรณ์

1. แกนทิชชู ตัดครึ่งกึ่งกลาง

2. ไหมพรม

3. สีเมจิ

4. กระดาษ

                                                                             วิธีทำ

1. ตัดแกนทิชชูออกเป็น 2 ส่วน


2. นำแกนทิชชูมาเจาะรูด้านข้าง 2 รู ด้วยที่เจาะกระดาษ



3. นำไหมพรม ความยาว 1 ช่วงแขนมาสร้อยใส่ลงไปในรูของแกนทิชชูทั้ง 2 รู


4. นำกระดาษมาตัดเป็นวงกลม แล้ววาดภาพ จากนั้นตกแต่งให้สวยงามแล้วนำมาติดที่แกนทิชชู


วิธีการเล่น

นำไปคล้องคอแล้วใช้มือทั้งสองข้าง ซักขึ้น-ลง เพื่อให้รูปสัตว์เคลื่อนไหวขึ้ง-ลงได้

กานนำเสนอบทความ

1. การพัฒนาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
สิ่งประดิษฐ์
2. สอนลูกเรื่องแสงและเงา

3. การสอนเรื่องแรงโน้มถ่วง

4. การสอนลูกเรื่องไฟฉาย

การวัดและประเมินผล

ประเมินตนเอง มีการเตรียมแกนทิชชูมาทำกิจกรรม ให้ความสนใจในการประดิษฐ์สื่อที่อาจารรย์เตรียมมาให้ทำ

ประเมินเพื่อน เพื่อนให้ความร่วมมือและสนใจในการประดิษฐ์สื่อที่อาจารย์เตรียมมาให้ทำ

ประเมินอาจารย์ อาจารย์สอนการทำสื่อที่ง่ายและเข้าใจ สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการทำสิ่งประดิษฐ์ไปใช้ในการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย







                                                                  บันทึกอนุทิน

                                                              วันที่ 26 กันยายน 2557

                                                      ครั้งที่ 6 เวลาเรียน 13.10-16.40น.

       ความรู้ที่ได้รับ

                       อาจารย์ให้นักศึกษาทำสิ่งประดิษฐ์ กังหันมหัศจรรย์

อุปกรณ์

1. กระดาษ

2. กรรไกร

3. คลิบหนีบกระดาษ

วิธีการทำ

- พับกระดาษที่อาจารย์เตรียมไว้ให้ โดยพับครึ่งให้เท่าๆกัน

- จากนั้นคลี่กระดาษออก แนวนำกรรไกรมาตักกระดาษตามแนวยาวจนถึงที่พับครึ่งไว้ แล้วพับกระดาษแถบที่ไม่ได้ตัดเข้าไปนิดหนึ่ง นำคลิบหนีบกระดาษมาติด


จากนั้นอาจารย์ให้ออกมานำเสนอผลงานที่ตัวเองทำมาว่าเป็นอย่างไร โดยให้โยนขึ้นไปบนอากาสแล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงของกังหัน โดยแถวที่ 1-3 ตัดกระดาาให้ถึงแกนกลางที่พับไว้ แถวที่ 4-5 ตัดกระดาษไม่ต้องถึงแกนกลาง แล้วออกมาโยนหน้าชั้นเรียนจากนั้นให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของแต่ละแถว

บทความของเพื่อนที่ออกมานำเสนอ

เรื่องที่ 1 วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย 

เรื่องที่ 2 วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

เรื่องที่ 3 การจัดกาารเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

เรื่องที่ 4 สอนลูกเรื่องอากาศ

เรื่องที่ 5 ฝึกทักษะสังเกตนำลูกสู่วิทยาศาสตร์

นอกจากนี้อาจารย์ยังอธิบายหน่วยการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่ม เพื่อให้งานออกมาดี

ประเมินผล

ประเมินตนเอง  มาเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำสิ่งประดิษฐ์

ประเมินเพื่อน มาเรียนตรงเวลาเป็นส่วนใหญ่ แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจทำสิ่งประดิษฐ์

ประเมินอาจารย์ เข้าสอนตรงเวลา มีสิ่งประดิษฐ์มาให้ทำ มีความพร้อมในการสอน และพูดสรุปทุกครั้งที่เรียน ว่าวันนี้นักศึกษาเรียนไรไปบ้าง และอาจารย์เปิดโอกาสให้ซักถามก่อนเลิกเรียน



                                                                    บันทึกอนุทิน

                                                            วันที่ 19 กันยายน 2557

                                                    ครั้งที่ 5 เวลาเข้าเรียน 13.10-16.40 น.

       ความรู้ที่ได้รับ


                                                                     ความลับของแสง



ความหมาย

       แสงคือคลื่นชนิดหนึ่ง เหมือนกับคลื่นของน้ำทะเล มีความยาวของคลื่นสั้นมาก แต่ใขขณะเดียวกันก็เคลื่อนที่เร็มมาก 300000 กิโลเมตรต่อวินาที เปรียบให้เห็นง่ายๆ ถ้าคนเราวิ่งเร็วเท่ากับแสง ก็เท่ากับวิ่งรอบโลก 7 รอบ ใน 1 วินาที

ความสำคัญ

        ถ้าไม่มีแสงเราก้ไม่สามารถมองเห็นสิ่งรอบๆตัวได้ แสงมีความสำคัญกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เพราะว่าเราต้องใช้ในการทำงาน การเดินทางต่างๆ

คุณสมบัติของแสง

          แสงสามารถนำหลักการมาใช้ประโยชน์ไดด้หลายอย่าง นอกจากการมองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวแล้ว ยังสามารถนำมาใช้แทนพลังงานไฟฟ้าได้โดยการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์

วัตถุต่างๆบนโลกที่เกี่ยวกับแสงมีด้วยกันทั้งหมด 3 แบบ

1. วัตถุโปร่งแสง คือ แสงทะลุผ่านไปได้บางส่วน มองเห็นไม่ชัดเจน เช่นกระจกฝ้า

2. วัตถุโปร่งใส คือ แสงผ่านไปได้ทั้งหมด มองเห้นชัดเจน เช่น กระจกใส

3. วัตถุทึบแสง คือ ดูดกลืนแสงบางส่วนไว้ แล้วสะท้อนส่วนที่เหลือเข้าตาเรา

สรุป คือ คลื่นชนิดหนึ่งที่มีพลังงานการแผ่รังสีของแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงความยาวคลื่นที่สายตามนุษย์มองเห็น



วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557



                                                                บันทึกอนุทิน

                                    วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

                            ครั้งที่ 4 เวลาเข้าเรียน 13.10 -16.40 น.

                       
                           ความรู้ที่ได้รับ

                     ทักษะวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย
 
            ความหมายของวิทยาศาสตร์

          วิทยาศาสตร์ หมายถึง การศึกษาสืบค้นและจัดระบบความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติโดยอาศัย

กระบวนการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ประกอบด้วยวธีการทักษะกระบวนการและเจตคติทาง

วิทยาศาสตร์อย่างมีระบบแบบแผน มีขอบเขตโดยอาศัยการสังเกต การทดลองเพื่อค้นหาความเป็นจริง

                  แนวคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

 1. การเปลี่ยน

 2. ความแตกต่าง

 3. การปรับตัว

 4. การพึ่งพาอาศัยกัน

 5. ความสมดุล

                 การศึกษาวิธีการทางวิทยาศาสตร์

  1. ขั้นกำหนดปัญหา

  2. ขั้นตั้งสมมติฐาน

  3. ขั้นรวบรวมข้อมูล

  4. ขั้นสรุป / อภิปราย

                  เจตคติทางวิทยาศาสตร์

  1. ความอยากรู้อยากเห็น

  2. ความเพรียรพยายาม

  3. ความมีเหตุผล

  4. ความซื่อสัตย์

  5. ความมีระเบียบวินัยและรอบครอบ

  6. ความใจกว้าง

             การนำไปประยุกต์ใช้

         นำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการเรียนครั้งต่อไปและสามารถหาความรู้เพิ่มเติมต่อยอดจากความรู้

ที่ได้รับ สามารถนำความรู้นี้ไปจัดทำกิจกรรมให้เด็กๆได้ทำกิจกรรมโดยใช้หลัก การเล่น

             ประเมินในชั้นเรียน

        ตนเอง  ตั้งใจฟัง และจดบันทึกตาม แต่งกายถูกระเบียบ

        เพื่อน    ตั้งใจฟังอาจารย์อธิบาย มีการจดบันทึกตาม สนใจฟังที่อาจารย์อธิบาย

       อาจารย์   มีความพร้อมในการสอน มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ มีการเข้าสอนตรงเวลา

               


                                                                บันทึกอนุทิน

                                     วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2557

                                ครั้งที่ 3 เวลาเรียน 13.10 - 16.40 น.

                           ความรู้ที่ได้รับ 

                 เด็กปฐมวัย  หมายถึง เด็กที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ปี

                พัฒนาการ  หมายถึง เด็กที่มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่

           1. ด้านร่างกาย : ประสาทสัมพันธ์กับกล้ามเนื้อใหญ่ คือ ตา - ขา

                                   : ประสาทสัมพันธืกับกล้ามเนื้อเล็ก คือ ตา - แขน

           2. ด้านอารมณ์/จิตใจ : การแสดงออกด้วยความรู้สึกต่างๆ

           3. ด้านสังคม : การอยู่ร่วมกัน การช่วยเหลือตัวเองได้

           4. ด้านสติปัญญา : การใช้ภาษาและความคิดโดยมีการคิกสร้างสรรค์ คิดเชิงเหตุผล

                                           (คณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์)

                 การเรียนรู้ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเด็กจะมีวิธีการในการเปลี่ยนแปลง เช่น การ

 ลงมือกระทำด้วยประสาทสัมผัสทั้ง5 ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ คือ การเล่น  

                 สรุป วิทยาศาสตร์ คือ สิ่งที่อยู่รอบตัวมนุษย์มีการหาคำตอบด้วยตนเอง

                     การนำไปประยุกต์ใช้

           สามารถนำความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มาปรับใช้ในการสอนเด็กได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับ

เด็กในแต่ละช่วงอายุในการเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์

                     การประเมินในชั้นเรียน

               ตนเอง  มีความพร้อมในการเรียน ตั้งใจฟังอาจารย์อธิบายและจดบันทึกความรู้ที่ได้รับ

               เพื่อน    มาเรียนตรงเวลา ตั้งใจฟังอาจารย์อธิบายพร้อมจดบันทึก

              อาจารย์  อาจารย์มีการเตรียมการสอน มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และเข้าสอนตรงเวลา